อิมามฮุเซน (อ.)

จาก wikishia
้เฎาะรีฮ์ของอิมามฮุเซน (อ)

ฮุเซน บิน อะลี บิน อะบีฏอลิบ (อ.) (ภาษาอาหรับ : الإمام الحسين بن علي بن أبي طالب ) (4-61 ฮ.ศ.) อิมาม คนที่สามของชาว ชีอะฮ์ ในหมู่บรรดาชีอะฮ์ เรียกเขาว่า อะบาอับดิลลาฮ์ และ ซัยยิดุชชุฮะดาอ์ เขาถูกทำ ชะฮาดัต ใน เหตุการณ์กัรบะลาอ์ อิมามฮุเซน เป็นบุตรคนที่สองของ อิมามอะลี และ ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ และเป็นหลานชายของ ศาสดามุฮัมมัด เขาได้ปฏิบัติหน้าที่การเป็นอิมาม หลังจากพี่ชายของเขา อิมามฮะซัน ประมาณ 11 ปี ด้วยกัน ตามรายงานทางประวัติศาสตร์ของ ชีอะฮ์ และ อะฮ์ลิซซุนนะฮ์ ศาสดาแห่งอิสลาม (ศ็อลฯ) ได้แจ้งข่าวถึงการถือกำเนิดของเขา จนถึงการเป็นชะฮีดของเขา และได้ตั้งชื่อ ฮุเซน ให้กับเขา ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) มีความรักต่ออิมามฮะซันและอิมามฮุเซนเป็นอย่างมากและได้สั่งให้ทั้งหมดทุกคนมีความรักต่อเขาด้วยเช่นกัน อิมามฮุเซน (อ.) คือ หนึ่งใน อัศฮาบุลกิซาอ์ และเขาร่วมอยู่ในเหตุการณ์มุบาฮะละฮ์ และเป็นหนึ่งใน อะฮ์ลุลบัยต์ แห่งนบูวัต ที่โองการตัฏฮีรถูกประทานลงมาให้แก่พวกเขา

ยังมีริวายะฮ์ต่างๆมากมายที่ได้รายงานมาจากศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)ที่เกี่ยวกับความประเสริฐของอิมามฮุเซน (อ.) เช่น ฮะซันและฮุเซน เป็นหัวหน้าของชายหนุ่มในสรวง สวรรค์ และฮุเซน เป็นดวงประทีบแห่งทางนำและนาวาแห่งความปลอดภัย

และมีรายงานเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของอิมามคนที่สามของชีอะฮ์ในช่วงสามทศวรรษ หลังจากการวะฟาตของศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)

ในยุคการปกครองของบิดาของเขา เขาอยู่เคียงข้างบิดาของเขา อิมามอะลี (อ.) และเขาได้เข้าร่วมในสงครามต่างๆในสมัยนั้น

และในสมัยอิมามัตของอิมามฮะซัน เขาก็ปฏิบัติตามและให้การสนับสนุนพี่ชายของเขา และยอมรับในกระบวนการสันติภาพกับมุอาวิยะฮ์ หลังจากการเป็นชะฮีดของอิมามฮะซัน ตราบที่มุอาวิยะฮ์ ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ยังรักษาพันธสัญญานั้นอยู่ และเขาได้ตอบจดหมายของชาวชีอะฮ์เมืองกูฟะฮ์ที่ยอมรับความเป็นผู้นำของเขาและเรียกร้องให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้กับ บะนีอุมัยยะฮ์ แต่อิมามฮุเซน (อ.) ได้สั่งให้อดทนจนกว่ามุอาวิยะฮ์จะเสียชีวิตลง

ในยุคสมัยของการเป็นอิมามัตของฮุเซน บิน อะลี (อ.) เป็นช่วงเวลาเดียวกับการปกครองของมุอาวิยะฮ์ บิน อะบีซุฟยาน ตามรายงานในประวัติศาสตร์ ระบุว่า อิมามฮุเซน (อ.) ได้คัดค้านการกระทำของมุอาวิยะฮ์ในบางกรณี ตัวอย่างเช่น หลังจากการถูกสังหารของ ฮุญร์ บิน อะดี เขาเขียนจดหมายตำหนิมุอาวิยะฮ์ และในกรณีของการเป็นมกุฏราชกุมารของ ยะซีด เขาก็ปฏิเสธที่จะยอมรับคำสัตยาบัน และในการกล่าวคำปราศรัยต่อหน้า มุอาวียะฮ์ และคนอื่นๆ ด้วยการประณามการกระทำของมุอาวิยะฮ์ และถือว่ายะซีด เป็นคนที่ไม่คู่ควรต่อคำตำแหน่งคอลีฟะฮ์และตัวเขาเองนั้นเหมาะสมมากกว่า อิมามฮุเซนได้กล่าวเทศนาธรรมในทุ่งมินา โดยถือว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองที่มีต่อพวกบะนีอุมัยยะฮ์ด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า มุอาวิยะฮ์ เช่นเดียวกับเหล่ากาหลิบทั้งสาม ที่โดยภายนอกให้ความเคารพฮุเซน บิน อะลี (อ.) หลังจากการเสียชีวิตของมุอาวิยะฮ์ อิมามฮุเซน (อ.) ไม่ถือว่า การให้สัตยาบันกับยะซีดมีความชอบธรรม และด้วยคำสั่งของยะซีดที่ให้สังหารเขา หากเขาปฏิเสธที่จะให้สัตยาบัน เขาจึงเดินทางออกจากเมืองมะดีนะฮ์ไปยังมักกะฮ์ในวันที่ 28 รอญับ ปี 60 ฮ.ศ. ในช่วงสี่เดือนที่เขาพำนักอยู่ในเมืองมักกะฮ์ เขาได้รับจดหมายอย่างมากมายจากชาวกูฟะฮ์ โดยยอมรับในการเป็นผู้นำของเขา และหลังจากที่มุสลิม บิน อะกีล ทูตของเขาได้ยืนยันความเห็นอกเห็นใจของชาวกูฟะฮ์ ในวันที่ 8 ซุลฮิจญะห์ ก่อนที่เขาจะได้รับข่าวเกี่ยวกับการไม่รักษาสัญญาของชาวกูฟะฮ์และการถูกทำชะฮาดัตของมุสลิม เขาก็เดินทางไปยังเมืองกูฟะฮ์แล้ว

เมื่อ อิบนุซิยาด ผู้ปกครองเมืองกูฟะฮ์ ได้รับข่าวเกี่ยวกับการเดินทางของ ฮุเซน (อ.) มายังเมืองกูฟะฮ์ เขาก็ได้ส่งกองทัพไปยังอิมามฮุเซน และหลังจากที่กองทหารของฮุร บิน ยะซีด ริยาฮี ได้ปิดกั้นเส้นทางของอิมามฮุเซน เขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังกัรบาลา ในวันอาชูรอ ได้เกิดสงครามขึ้นระหว่างอิมามฮุเซนพร้อมเหล่าสหายของเขากับกองทัพของเมืองกูฟะฮ์ภายใต้การบัญชาการของอุมัร บิน ซะอ์ด ซึ่งนำไปสู่การถูกทำชะฮาดัตของอิมามคนที่สามของชีอะฮ์และเหล่าสหายของเขา หลังจากนั้น สตรีและเด็กๆ พร้อมอิมามซัจญาด (อ.) ซึ่งป่วยอยู่ในเวลานั้น ถูกจับตัวเป็นเชลยศึกและถูกนำตัวส่งไปยังเมืองกูฟะฮ์และจากนั้นไปยังเมืองชาม (ซีเรีย) ร่างของอิมามฮุเซน (อ.) และเหล่าสหายของเขาถูกนำไปฝังในเมืองกัรบะลาอ์ในวันที่ 11 หรือ 13 ของเดือนมุฮัรรอม โดยกลุ่มชนจากเผ่าบะนีอะซัด มีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเดินทางของอิมามฮุเซน จากเมืองมะดีนะฮ์มายังกัรบะลาอ์ ตามทัศนะหนึ่ง เชื่อ เขาลุกขึ้นต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่บางคนเชื่อว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อรักษาชีวิตของเขา การถูกทำชะฮาดัตของฮุเซน บิน อะลี (อ.) มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อชาวมุสลิมและชาวชีอะฮ์ ในตลอดช่วงประวัติศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อสู้และการลุกขึ้่นต่อสู้ ชาวชีอะฮ์ เนื่องการปฏิบัติตามบรรดาอิมามของชีอะฮ์ พวกเขาจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการร้องไห้และไว้อาลัยให้กับฮุเซน บิน อะลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเดือนมุฮัรรอมและเดือนศอฟัร ยังมีการเน้นย้ำจากริวายะฮ์ต่างๆของบรรดามะอ์ศูม ให้มีการซิยาเราะฮ์อิมามฮุเซน ด้วยเช่นกัน และยังถือว่า ฮะรอมของเขา เป็นสถานที่ซิยาเราะฮ์ของชาวชีอะฮ์อีกด้วย ฮุเซน บิน อะลี นอกเหนือจากสถานภาพของเขาในหมู่ชีอะฮ์ ในฐานะที่เป็นอิมามคนที่สามและหัวหน้าของบรรดาชะฮีดแล้ว เขา ยังได้รับความเคารพนับถือจากชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ อีกด้วย เนื่องจากมีการรายงานถึงความประเสริฐของเขาจากศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และยังเนื่องมาจากการยืนหยัดต่อสู้ของเขาที่มียะซีด การรวบรวมคำพูดและผลงานของอิมามฮุเซน ในรูปแบบของฮะดีษ บทดุอาอ์ จดหมาย บทกวี และบทเทศนาธรรม ได้ถูกเก็บรวบรวมไว้ในหนังสือ เมาซูอะฮ์ กะลิมาต อัลอิมาม อัลฮุเซน Encyclopedia of the Words of Imam al-Hussein และหนังสือ มุสนัด อัลอิมาม อัชชะฮีด Musnad al-Imam al-Shaheed และนอกจาก นี้ยังมีงานเขียนประเภทสารานุกรม ชีวประวัติ มักตัล และประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับบุคลิกภาพและชีวิตของเขาอีกมากมายด้วยเช่นกัน