กัรบะลาอ์

กัรบะลาอ์ (ภาษาอาหรับ: كربلاء) หรือ กัรบะลาอ์ อัลมุอัลลา เป็นชื่อของเมืองหนึ่งในประเทศอิรัก ที่บรรดาชีอะฮ์ เดินทางมาเพื่อซิยาเราะฮ์ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.)พร้อมอัศฮาบ บรรดาผู้ช่วยเหลือของเขา เขาได้เป็นชะฮีด ณ สถานที่แห่งนี้ จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในกัรบะลาอ์ เมื่อปี ๖๑ แห่งฮิจเราะฮ์ศักราช
ความสำคัญของเมืองนี้ อันเนื่องจากการดำรงอยู่ของฮะร็อมอิมามฮุเซนและฮะร็อมท่านอับบาส จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับบรรดาชีอะฮ์
แหล่งกำเนิดของกัรบะลาอ์ ก่อนยุคสมัยอิสลาม และยุคแห่งการปกครองบาบิโลน และหลังจากการพิชิตอิสลาม มีเผ่าพันธุ์ต่างๆใช้ชีวิตอยู่โดยรอบๆของเมืองกัรบะลาอ์ และใกล้กับแม่น้ำฟุรอต
หลังจากการเป็นชะฮีดของอิมามฮุเซน (อ.) พร้อมอัศฮาบของเขาในเหตุการณ์ วันอาชูรอ เมื่อวันที่สิบ เดือนมุฮัรรอม และมีการฝังศพของพวกเขา ณ แผ่นดินกัรบะลาอ์
บรรดาชีอะฮ์ จึงเดินทางมายังเมืองนี้ เพื่อซิยาเราะฮ์ ณ ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.)
เนื่องจากการให้ความสำคัญของบรรดาชีอะฮ์ ในการซิยาเราะฮ์ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) และชะฮีดทั้งหลาย ทำให้เมืองกัรบะลาอ์ กลายเป็นสถานที่พำนักของพวกเขา
ในช่วงเริ่มต้นของทศวรรษที่สองและที่สามแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช ได้มีการบูรณาการและปรับปรุงเมืองกัรบะลาอ์ขึ้นใหม่
ในยุคสมัยของการปกครองราชวงศ์อาลิบูเยฮ์ ก็มีการดำเนินการอย่างมากมายในการขยายการบูรณาการเมืองกัรบะลาอ์อีกครั้ง แต่ทว่า ส่วนมากของการขยายเมืองกัรบะลาอ์ เกิดขึ้นในยุคสมัยแห่งการปกครองของราชวงศ์ซาฟาวียะฮ์และราชวงศ์กอญัร
ตรงกับช่วงเวลาของการขยายเมืองกัรบะลาอ์ ในช่วงเริ่มต้นศตวรรษที่สามแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช ได้มีการก่อสร้างโรงเรียนสอนศาสนาในเมืองนี้
ความเจริญรุ่งเรืองของสถาบันศาสนาในเมืองกัรบะลาอ์ในช่วงประวัติศาสตร์ได้มีความเปลี่ยนแปลงต่างๆนานา ซึ่งตรงกับช่วงเวลาของความรุ่งเรืองของสถาบันศาสนาในเมืองกัรบะลาอ์ ครอบครัวของชาวชีอะฮ์จำนวนมากได้เข้ามาพำนักในเมืองกัรบะลาอ์เพื่อทำการศึกษาหาความรู้ เช่น ครอบครัวอาลิเฏาะมะฮ์ อาลินะกีบ เบฮ์บะฮานี ชะริสตานีและชีรอซี
เมืองกัรบะลาอ์ ในช่วงปลายของสองทศวรรษครั้งล่าสุด ได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆอย่างมากมาย เช่น การโจมตีของพวกวะฮาบีย์ในเมืองกัรบะลาอ์ การโจมตีของนาจิบ ปาชา ผู้ปกครองยุคอุษมานียะฮ์ (ออตโตมัน) ในเมืองนี้ การปฏิวัติปี ๑๙๒๐ ค.ศ. ขบวนการอินติฟาเฎาะฮ์เดือนชะอบาน ในการต่อต้านระบอบการปกครองของซัดดาม ฮุสเซน ถือเป็นอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
หลังจากการล่มสลายของจักรพรรดิออตโตมันและการยึดครองของพวกอังกฤษในช่วงทศวรรษที่สิบ จึงเกิดการก่อตั้งพรรคการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมและวัฒนธรรมและเพิ่มมากขึ้นหลังจากการเป็นเอกราชของประเทศอิรัก
ญัมอียะตุลอิตติฮาด วัตตะร็อกกี อัลญัมอียะตุลวะฏอนียะฮ์อัลอิสลามียะฮ์ การจัดตั้งสาขาของพรรคอัดดะวะตุลอิสลามมียะฮ์ ในเมืองกัรบะลาอ์ และการจัดตั้งสาขาของสภาสูงสุดอิสลามของอิรัก ถือเป็นพรรคการเมืองที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของชาวชีอะฮ์ในเมืองกัรบะลาอ์
บรรดาชีอะฮ์จากทั่วทุกสารทิศ ได้เดินทางมายังเมืองกัรบะลาอ์ เพื่อซิยาเราะฮ์ ในช่วงวโรกาสต่างๆ ซึ่งจะเห็นว่า การเดินทางอย่างมากที่สุดในช่วงการไว้อาลัยในเดือนมุฮัรรอมและศอฟัร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินเท้าวันอัรบะอีน
มีรายงานว่า บรรดาผู้แสวงบุญที่เข้าร่วมในวันอัรบะอัน มีประมาณ ๒๐ ล้านคน ในปี ๒๐๑๕ และ ๒๐๑๖ ค.ศ.
ในตลอดช่วงประวัติศาสตร์ เมืองกัรบะลาอ์ มีชื่อเรียกต่างๆ ดังนี้ ฆอฎิรียะฮ์ นัยนะวา ฏ็อฟ อักร์ ฮาอิร นะวาวีซ เป็นต้น
คำแนะนำ
กัรบะลาอ์ เป็นชื่อของเมืองหนึ่งในประเทศอิรัก ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และบรรดาชีอะฮ์ เดินทางมาเพื่อทำการซิยาเราะฮ์ (๑)
เมืองนี้ มีศูนย์กลางด้วยชื่อนี้ และตั้งอยู่ทางตอนใต้ตอนกลางของอิรัก (ประมาณ ๑๐๐๐ กิโลเมตร ห่างจากกรุงแบกแดด เมืองหลวงของประเทศนี้ ) (๒)
การเป็นชะฮีดของอิมามฮุเซน (อ.) พร้อมบรรดาอัศฮาบของเขา ในเหตุการณ์วันอาชูรอ ณ เมืองกัรบะลาอ์ การดำรงอยู่ของฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) และฮะร็อมท่านอับบาส (อ.) และสถานที่ซิยาเราะฮ์อื่นๆ ได้ทำให้เมืองนี้ กลายเป็นหนึ่งในเมืองต่างๆที่มีผู้เดินทางมากที่สุดสำหรับชีอะฮ์ เพื่อการซิยาเราะฮ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงสัปดาห์แห่งการไว้อาลัยในเดือนมุฮัรรอมและพิธีวันอัรบะอีนแห่งฮุซัยนี (๓)
หลังจากการล่มสลายของจักรพรรดิออตโตมัน ในปี ๑๙๑๔ ค.ศ. และนอกเหนือจากนี้ หลังจากการล่มสลายของระบอบซัดดามในปี ๒๐๐๓ ค.ศ. เมืองกัรบะลาอ์ ถือเป็นเมืองที่มีสถานภาพทางการเมืองอย่างพิเศษยิ่งของประเทศอิรัก
คำฟัตวาให้มีการต่อสู้ของอยาตุลลอฮ์ มุฮัมมัดตะกี ชีรอซี มัรญิอ์ของบรรดาชีอะฮ์ ในการต่อต้านพวกอังกฤษ การเป็นผู้นำสูงสุดของเขาในขบวนการ ปี ๑๙๒๐ ค.ศ. ทำให้ชาวอิรักประกาศต่อต้านการประจำการอยู่ต่อไปของพวกอังกฤษในประเทศนี้ แสดงให้เห็นถึง การมีบทบาททางการเมืองของเมืองกัรบะลาอ์ในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอิรัก (๔)
หลังจากการล่มสลายของซัดดาม มัรญิอ์ของชีอะฮ์ในอิรัก ประกาศจุดยืนความเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคมของประเทศนี้ที่มีต่อโลกอิสลาม ในการนมาซวันศุกร์ในเมืองนี้
การประกาศคำฟัตวาญิฮาดต่อสู้กับกลุ่มไอซิส (ดาอิช)ของมัรญิอ์ชีอะฮ์ (อยาตุลลอฮ์ ซีสตานี) โดยผ่านเทศนาธรรมในนมาซวันศุกร์ในเมืองกัรบะลาอ์ (๕)
ตามสถิติของประเทศ ในปี ๒๐๑๕ ประชากรของเมืองกัรบะลาอ์ มีประมาณ เจ็ดแสนคน ด้วยกัน (๖)
กัรบะลาอ์ ยังมีชื่อเรียกต่างๆ ในตลอดช่วงประวัติศาสตร์ เช่น ฆอฎิรียะฮ์ นัยนะวา ฏ็อฟ อักร์ ฮาอิร และนะวาวีซ เป็นต้น (๗)
ประวัติความเป็นมา
บางแหล่งข้อมูล รายงานว่า กัรบะลาอ์ เกิดขึ้นก่อนอิสลามในยุคบาบิโลน (๘) ยังมีรายงานต่างๆอีกว่า เมืองกัรบะลาอ์ ยุคก่อนการพิชิตของอิสลาม มีสุสานของชาวคริสต์และยังมีสถานที่ในการบูชาไฟของพวกโซโรแอสเตอร์ (๙) ในอดีตที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านต่างๆโดยอยู่บริเวณรอบเมืองกัรบะลาอ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ใกล้แม่น้ำฟุรอต (๑๐)
นอกเหนือจากนี้ ยังมีรายงานจำนวนหนึ่งระบุว่า บรรดาศาสนทูตหรืออย่างน้อยที่สุด ศาสดาอุลุลอัซม์ เช่น ศาสดานูฮ์(อ.)และศาสดาอิบรอฮีม (อ.)ในตำราสายฮะดีษ (๑๑)
หลังจากการพิชิตอิรักและระหว่างแม่น้ำทั้งสอง โดยชาวมุสลิม มีรายงานที่ถูกบันทึกไว้อย่างน้อยมาก จากนักประวัติศาสตร์ ก่อนเหตุการณ์อาชูรอ
ในรายงานระบุว่า คอลิด บิน วะลีด ได้ตั้งแคมป์ในเมืองกัรบะลาอ์ ในสงครามฮัยเราะฮ์ หลังจากพิชิตฮัยเราะฮ์ได้ (พื้นที่ใกล้เมืองนะญัฟในปัจจุบัน) ในปีที่สิบสองแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช (๑๒) ยังมีรายงานว่า อิมามอะลี (อ.)เคยผ่านยังเมืองกัรบะลาอ์ หลังจากที่กลับจากสมรภูมิศิฟฟีน ตามรายงานระบุว่า อิมามอะลี (อ.) ได้หยุดนมาซและพักผ่อนที่เมืองกัรบะลาอ์ และแจ้งข่าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับ ฮุเซน (อ.)บุตรชายของเขา พร้อมบรรดาสหายและครอบครัวของเขา (๑๓)
เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดของเหตุการณ์ต่างๆในเมืองกัรบะลาอ์ ด้วยเหตุผลในการเป็นที่รู้จักและมีความสำคัญต่อบรรดาชีอะฮ์ คือ เหตุการณ์อาชูรอ ในเหตุการณ์นี้ อิมามฮุเซน (อ.) หลังจากที่เขาไม่ให้สัตยาบันกับยะซีด และด้วยการเชิญชวนของชาวเมืองกูฟะฮ์ สำหรับการให้สัตยาบันกับเขา จึงมีการส่งจดหมายอย่างมากมาย (๑๔) อิมามฮุเซน (อ.) เดินทางจากเมืองมักกะฮ์ ไปยังเมืองกูฟะฮ์ (๑๕) หลังจากที่กองคาราวานของอิมามฮุเซน ถูกปิดกั้นเส้นทางสู่เมืองกูฟะฮ์ โดยฮุร บิน ยะซีด ริยาฮี ด้วยคำสั่งของอุบัยดิลลาฮ์ บิน ซิยาด ผู้ปกครองเมืองกูฟะฮ์(๑๖) ทำให้คาราวานของอิมามฮุเซน (อ.) ต้องตั้งกระโจมในเมืองกัรบะลาอ์ (๑๗) หลังจากการหยุดพักของกองคาราวานของอิมามฮุเซน (อ.) ในเมืองกัรบะลาอ์ อยู่หลายวัน และในวันที่สิบ มุฮัรรอม ปีที่ ๖๑ ฮ.ศ.จึงเกิดสงครามกันระหว่างกองทัพของอิมามฮุเซน (อ.) กับกองทัพของอุมัร บิน ซะอ์ด (๑๘) อิมามฮุเซน ( อ.) พร้อมเหล่าอัศฮาบของเขา ถูกทำชะฮาดัต ในวันนั้น ขณะที่ครอบครัวของเขา บรรดาสตรีและเด็ก ถูกจับเป็นเชลยศึก โดยส่งตัวไปยังเมืองกูฟะฮ์ และหลังจากนั้นไปยังกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของระบอบการปกครองยะซีด ในประเทศชาม (ซีเรีย) (๑๙)
บรรดาอิมามของชีอะฮ์ ให้ความสำคัญกับการซิยาเราะฮ์ฮะรอมของฮุเซน (อ.) และความสนใจของบรรดาชาวชีอะฮ์ที่มีต่อฮะรอมนี้ ทำให้มีการปูพื้นฐานเพื่อการก่อสร้างหลุมฝังศพของอิมามฮุเซน การขยายพื้นที่และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้แสวงบุญและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงฮะรอมของอิมามฮุเซน (อ.) ในกัรบะลาระหว่างยุคสมัยของบะนีอุมัยยะฮ์และบะนีอับบาส [๒๐] การเกิดขึ้นของการลุกขึ้นต่อสู้ของชาวชีอะฮ์ หลังจากเหตุการณ์กัรบาลา ก็มีบทบาทในการให้ความสนใจของชาวชีอะฮ์ต่อหลุมฝังศพของอิมามฮุเซน (อ.) กลุ่มเตาวาบีน ในการลุกขึ้นต่อสู้ของพวกเขา หลังจากที่พวกเขาเคลื่อนตัวออกจากนะคีละฮ์ ไปยังดามัสกัส พวกเขาไปเยี่ยมหลุมฝังศพของอิมามฮุเซน ในระหว่างทาง [๒๑] และพวกเขาประกาศว่า พวกเขาจะยึดมั่นในเส้นทางของอิมามฮุเซน ( อ.) ในการลุกขึ้นต่อสู้ของมุคตาร กัรบะลาอ์ก็ได้รับความสนใจเช่นกันและยังมีการซิยาเราะฮ์หลุมฝังศพของอิมามฮุเซน อีกด้วย (๒๒) มุคตาร ษะกอฟี เป็นบุคคลแรกที่สิ่งก่อสร้างเหนือหลุมฝังศพของอิมามฮุเซน มัสยิดและหมู่บ้านเล็กๆ [๒๓] ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มบ้านที่ทำจาก โคลน ลำต้น และกิ่งก้านของต้นอินทผลัม) [๒๔] ด้วยการเพิ่มขึ้นของผู้แสวงบุญไปยังกัรบะลาอ์และการอาศัยของชาวมุสลิมบางส่วนโดยรอบพื้นที่ฮะรอมของอิมามฮุเซน (อ.)ตรงกับ ในช่วงเวลาเดียวกับราชวงศ์บะนีอุมัยยะฮ์มีความอ่อนแอและการจัดตั้งรัฐบาลของพวกอับบาซียะฮ์ ได้เกิดการบูรณาการ เมืองกัรบะลาอ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง บ้านใหม่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับฮะรอมของอิมามฮุเซน (อ.) โดย มีการใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม [๒๕] การกระทำเหล่านี้ของบรรดาชาวชีอะฮ์ ถือเป็นภัยคุกคามต่อเหล่าคอลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์บางคน ด้วยเหตุนี้เอง เหล่าคอลีฟะฮ์ เช่น ฮารูน อัรรอชีด และมุตะวักกิล อับบาซี ในยุคสมัยการปกครองของตน จึงสั่งให้มีการทำลายฮะรอมและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบๆนั้น [๒๖] อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า การกระทำของเหล่าคอลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์ ไม่สามารถที่ป้องกันไม่ให้กัรบะลาอ์ กลายเป็นสถานที่อยู่อาศัยของชีอะฮ์บางคน หลังจากฮารูน ในสมัยการปกครองของมะอ์มูน ลูกชายของเขา ฮะรอมของอิมามฮุเซน (อ.) และสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทำลายได้มีการดำเนินการเพื่อก่อสร้างใหม่และในกัรบะลาอ์ [๒๗] หลังจากการทำลายล้างในยุคสมัยมุตะวักกิล ได้มีการบูรณะเมืองกัรบะลาอ์อีกครั้งและนอกเหนือจากการสร้างฮะรอมและพื้นที่ที่ถูกทำลายขึ้นใหม่แล้ว ยังมีสถานที่ใหม่ๆ ได้ถูกก่อตั้งขึ้น รวมถึงตลาดแห่งกัรบะลาอ์ด้วย [๒๘] ในช่วงสมัยอับบาซียะฮ์ ได้มีการจัดเวทีทางด้านวิชาการขึ้นในกัรบะลาอ์โดยบรรดาสหายของอิมามทั้งหลาย ซึ่งถือว่า เป็นยุคแรกของสถาบันศาสนาขอกัรบะลาอ์ (๒๙)กระบวนการสถาปัตยกรรมกัรบะลาอ์ ได้เกิดขึ้นใหม่ในยุคการปกครองของอาลิบูเยฮ์ [๓๐] ซึ่งบางคนเรียกว่า เป็นยุคเฟื่องฟูของสถาปัตยกรรมกัรบะลาอ์ จนถึงช่วงเวลานั้น [๓๑] เหล่าผู้ปกครองอาลิบูเยฮ์ ได้ซิยาเราะฮ์อิมามฮุเซน (อ.)ด้วยการดำเนินการสร้างฮะร็อมของอิมามฮุเซนใหม่และมีการขยายเมืองกัรบะลาอ์
มีการสร้างกำแพงเมือง การสร้างที่อยู่อาศัย ตลาดใหม่ และโรงเรียนสอนศาสนา เช่น โรงเรียนอะฎุดียะฮ์ และมัสญิดเราะซุลฮุเซน โดยคำสั่งของอะฎุดุดเดาละฮ์ ดัยละมีย์ ในปี ๓๗๒ ฮ.ศ. ถือ การขยายเมืองกัรบะลาอ์ (๓๒)
เมืองกัรบะลาอ์ จากช่วงทศวรรษที่ ๑๐ จนถึง ๑๓ ฮ.ศ. ได้เข้าสู่สถาปัตยกรรมและความรุ่งเรืองของการบูรณะกัรบะลาอ์ เนื่องจากบรรดากษัตริย์ราชวงศ์ศอฟาวียะฮ์ และกอญารียะฮ์ ให้ความสนใจต่อสถานที่ฝังศพของบรรดาอิมาม ผู้บริสุทธิ์ และการอาศัยของชาวอิหร่านในเมืองนี้
ในขั้นตอนนี้ นอกเหนือจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่และการขยายฮะรอมของอิมามฮุเซน (อ.) ฮะรอมของท่านอับบาส และสถานที่ซิยาเราะฮ์อื่นๆ ในกัรบะลาอ์ ถือว่า ชาวอิหร่านในกัรบะลาอ์นั้นมีบทบาทอย่างมากในการสร้างความรุ่งเรืองทางการตลาดและการสร้างฮุซัยนียะฮ์ โรงเรียนสอนศาสนา ห้องสมุดและมัสญิดในช่วงเวลาต่างๆ
นักท่องเที่ยวและนักภูมิศาสตร์ เช่น คาร์เทน เนเบอฮ์ร จอห์น แอชเชอร์ ได้เขียนบันทึกการเดินทางของเขาในการเดินทางเยือนเมืองกัรบะลาอ์ โดยถือว่า การขยายเมืองนี้ เกิดขึ้นในยุคสมัยการปกครองของพวกอุษมานียะฮ์ (๓๓) จอห์น ปีเตอร์ นักท่องเที่ยวและนักโบราณคดี จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เขียนว่า เขาได้เดินทางเยือนเมืองกัรบะลาอ์ในปี ๑๘๙๐ ค.ศ. ได้มีการสร้างพื้นที่ส่วนใหม่ของกัรบะลาอ์ นอกพื้นที่เมืองเดิม ซึ่งมีการขยายถนนอย่างกว้างขวางและมีความเป็นระเบียบเหมือนเมืองต่างๆในประเทศยุโรป (๓๔)
สถานที่ในการแสวงบุญ
เนื่องจากการดำรงอยู่ของฮะรัมอิมามฮุเซน (อ.) และฮะรัมท่านอับบาส (อ.) กัรบะลาอ์ จึงถือเป็นหนึ่งในเมืองแห่งการแสวงบุญที่สำคัญที่สุดสำหรับบรรดาชีอะฮ์ [๓๕] ฮะรัมอิมามฮุเซน ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพอิมามฮุเซน(อ.) และบรรดาวีรชนแห่งตระกูลบะนีฮาชิม รวมทั้งบรรดาอัศฮาบ ผู้ช่วยเหลืออิมามที่ถูกสังหารเสียชีวิตในเหตุการณ์กัรบะลาอ์ [๓๖] การเดินทางเพื่อทำการซิยาเราะฮ์ฮะรัมอิมามฮุเซน (อ.) ถือเป็นการกระทำหนึ่งที่บรรดาชีอะฮ์ต่างให้ความสำคัญมาโดยตลอด คำสั่งเสียให้ไปทำการซิยาเราะฮ์อิมามฮุเซน (อ.) ในวันพิเศษต่างวๆ เช่น วันอาชูรอ [๓๗] วันอัรบาอีน [๓๘] และวันที่ ๑๕ ของเดือนชะอ์บาน [๓๙] เป็นสาเหตุที่ทำให้มีบรรดาผู้แสวงบุญจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว [๔๐] ตามหลักนิติศาสตร์ของชีอะฮ์ ได้กำหนดหลักปฏิบัติที่เฉพาะสำหรับฮะร็อมและดินกัรบะลาของอิมามฮุเซน (อ.) อีกด้วย [๔๑]
ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) ถูกทำลายหลายครั้ง โดยฝ่ายตรงข้ามชีอะฮ์ รวมทั้งเหล่าคอลีฟะฮ์ของราชวงศ์อับบาซียะฮ์และพวกวะฮาบีย์ หนึ่งในการทำลายฮะร็อมของอิมามฮุเซน (อ.) ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยของมุตะวักกิล อับบาซี [๔๒] และครั้งสุดท้าย กล่าวคือ ในปี ๑๔๑๑ ฮิจเราะฮ์ศักราช โดยรัฐบาลบาธของอิรัก ในเหตุการณ์อินติฟาเฎาะฮ์ในเดือนชะอ์บาน [๔๓]
ฮะร็อมท่านอับบาส (อ.) ซึ่งอยู่ห่างจากฮะร็อมอิมามฮุเซน ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 378 เมตร โดยบรรดาผู้แสวงบุญเมืองกัรบะลาอ์ นอกจากการซิยาเราะฮ์อิมามฮุเซน (อ.) แล้ว พวกเขายังทำการซิยาเราะฮ์ฮะร็อมท่านอับบาส (อ.) อีกด้วย [๔๔] บรรดาชีอะฮ์ต่างๆ ได้จัดงานไว้อาลัยในวันตาซูอา ณ ฮะรัมท่านอับบาส (อ.) โดยในปฏิทินของชีอะฮ์ ระบุว่า วันตาซูอา ถือเป็นวันของท่านอะบุลฟัฎล์ อับบาส (อ.) [๔๖]
เมืองกัรบะลาอ์ นอกเหนือจาก การมีอยู่ของฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) และฮะร็อมท่านอับบาสแล้ว ยังมีสถานที่ใช้ในการแสวงบุญอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กัรบะลาอ์ กระโจม เนินซัยนะบียะฮ์ และ สถานที่ฝังศพของฮุร บิน ยะซีด อัรริญาฮี อยู่ในหมู่พวกเขา ใกล้กับฮะร็อมของอิมามฮุเซน (อ.) มีมะกอมของอิมามศอดิก (อ.)และมะกอมของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งตามวัฒนธรรมของชีอะฮ์ มีการให้เกียรติและยังถือเป็นสถานที่ในการแสวงบุญด้วยเช่นกัน [๔๖]
เหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมในช่วงสองศตวรรษล่าสุด
กัรบะลาอ์ได้เห็นถึงเหตุการณ์และสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรมอย่างมากมายในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมา
การโจมตีของลัทธิวะฮาบี
ในวันที่ ๑๘ เดือนซุลฮิจยะห์ ฮ.ศ. ๑๒๑๖ กลุ่มวะฮาบีที่นำโดยอับดุลอาซิซ บิน ซะอูด เข้าสู่อิรักจากฮิญาซและโจมตีกัรบะลาอ์ พวกเขาเข้ามาในเมือง ผ่านย่านชุมชนคัยมะฮ์ และเริ่มปฏิบัติการสังหาร ปล้นสะดมทรัพย์สินของผู้คนและยึดของมีค่าในฮะรัมอิมามฮุเซน (อ.) ในวันนี้ ชาวเมืองกัรบะลาอ์จำนวนมากได้ไปซิยาเราะฮ์ฮะรัมอิมามอะลี (อ.) ในเมืองนะญัฟ ตามธรรมเนียมปกติ เนื่องในวันอีดเฆาะดีร ด้วยเหตุนีัเอง เมืองกัรบะลาอ์ จึงปราศจากผุ้ชายสำหรับการยืนหยัดต่อสู้ แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์รายงานว่า จำนวนเหยื่อของเหตุการณ์นี้ มีตั้งแต่ ๑๐๐๐ ถึง ๔๐๐๐ ราย ในเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อฮะรัมอิมามฮุเซน(อ.) [๔๗]
การโจมตีของนาจิบ ปาชา
หลังจากที่ชาวกัรบะลาอ์ไม่ยอมรับการปกครองของออตโตมานในปี ๑๒๘๕ ฮ.ศ. นาจิบ ปาชา ผู้ปกครองออตโตมันในอิรัก ให้โอกาสชาวเมืองกัรบะลาอ์ สองสามวันในการยอมรับการปกครองของออตโตมานและยอมจำนนต่อพวกเขา หลังจากความล้มเหลวในการไกล่เกลี่ยของซัยยิดกาซิม รัชตี หนึ่งในนักวิชาการทางศาสนาที่อาศัยอยู่ในเมืองกัรบะลาอ์และเป็นผู้นำคนที่สองของลัทธิชัยคียะฮ์ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกออตโตมานโจมตีเมืองและชาวกัรบะลาอ์ไม่ยอมแพ้ นาจิบ ปาชาจึงออกคำสั่งให้โจมตีกัรบะลา เหล่าทหารออตโตมันได้รับอนุญาตให้โจมตีสถานที่ทุกแห่ง ยกเว้น ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) และฮะรัมท่านอับบาส (อ.) และบ้านของซัยยิดกาซิม รัชตี ชาวกัรบาลาบางคนไปหลบภัยในฮะร็อมท่านอับบาส เพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย ถึงกระนั้นก็ตาม สถานที่แห่งนี้ก็ไม่พ้นจากการรุกรานของพวกออตโตมาน ตามรายงานบางฉบับระบุว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑๐๐๐๐ คนในเหตุการณ์นี้ เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่รู้จักในนามเหตุการณ์เฆาะดีร อัด-ดัม (แปลว่า เฆาะดีรแห่งเลือด (๔๘)
การต่อสู้ต่อต้านกับพวกล่าอาณานิคม
ในช่วงความพ่ายแพ้ของจักรวรรดิออตโตมันและการปรากฏของอังกฤษในอิรักในปี ๑๙๑๗ ค.ศ. เมืองกัรบะลาอ์ ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของการต่อสู้กับอังกฤษ ขบวนการ ค.ศ. ๑๙๒๐ อิรัก ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อการปฏิวัติ อัลอิชรีน ก่อตั้งขึ้นในเมืองกัรบะลาอ์ ภายใต้การนำของมูฮัมหมัดตะกี ชีรอซี การเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่อังกฤษไม่ได้ถอนตัวออกจากอิรักและเป็นเอกราชของประเทศนี้ (๔๙)
อินดิฟาเฎาะฮ์ชะบานียะฮ์
กัรบะลา เป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของการลุกขึ้นต่อสู้ของชาวอิรักเพื่อต่อต้านรัฐบาลพรรคบาธที่นำโดยซัดดัม ฮุสเซน ในเดือนชะอ์บาน ๑๔๑๑ ฮ.ศ./๑๓๖๙ สุริยคติอิหร่าน
เมืองนี้ พร้อมด้วยจังหวัดอื่นๆ อีก ๑๓ จังหวัดของอิรัก ตกไปอยู่ในมือของกองกำลังประชาชนในการลุกขึ้นต่อสู้ของอินดิฟาเฎาะฮ์ชะบานียะฮ์ [๕๐] แต่ในท้ายที่สุด การลุกขึ้นต่อสู้ก็ถูกควบคุมและปราบปรามโดยกองกำลังภายใต้คำสั่งของซัดดัม ในระหว่างการปราบการจลาจล ฮะร็อมอิมามฮุเซนได้รับความเสียหายจากกองทัพของซัดดาม ตามแหล่งข้อมูลบางแห่ง มีผู้เสียชีวิตระหว่าง ๓ ถึง ๕ แสน ราย ทั่วอิรักในระหว่างการปราบปรามการจลาจล และผู้คนประมาณสองล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น (๕๑)
การต่อสู้กับกองทัพสหรัฐ หลังจากการล่มสลายของซัดดาม
ในช่วงเวลาแห่งการรุกรานอิรักของอเมริกาในปี ๒๐๐๓ ค.ศ. กัรบะลาอ์ได้เห็นถึงการปะทะกันทางทหารที่กระจัดกระจายระหว่างชาวเมืองกัรบะลาอ์และกองกำลังทหารอเมริกาบนถนนที่ทอดไปสู่ฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.) และฮะร็อมของท่านอับบาส (อ.) นอกจากนี้ ในปี ๒๐๐๔ ค.ศ. หลังจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างกลุ่มชีอะฮ์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการศ็อดร์ ที่รู้จักกันในชื่อ ญัยชุลมะฮ์ดี กับกองกำลังอเมริกาในเมืองนาญัฟ บัศเราะฮ์ และเมืองศ็อดร์ของกรุงแบกแดด ทหารอเมริกาเข้าไปในเมืองกัรบะลาอ์พร้อมกับอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันการโจมตีโดยผู้สนับสนุนของขบวนการศ็อดร์ และโจมตีเข้าใส่สำนักงานของขบวนการศ็อดร์ ได้ปิดถนนรอบฮะร็อม ถือเป็นสาเหตุหลักของการปะทะกันกับการยึดครองของกองทัพอเมริกาในอิรัก [๕๒] ชาวชีอะฮ์ ผู้สนับสนุนของกลุ่มญัยชุลมะฮ์ดี ปะทะกันกับทหารอเมริกาในกัรบะลาอ์ ในปี ๒๐๐๗ ด้วยเช่นกัน โดยมีความแตกต่างที่ฝ่ายหลักในการปะทะกันกับญัยชุลมะฮ์ดี คือ ตำรวจอิรักและพวกทหารอเมริกาในฐานะกองกำลังสนับสนุนตำรวจอิรักที่เข้าสู่สถานที่เกิดเหตุการปะทะกันในเมืองกัรบะลาอ์ (๕๓)
การโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายในกัรบะลาอ์
หลังจากการล่มสลายของระบอบการปกครองพรรคบาธ ในอิรัก กลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มตักฟีรีที่เกี่ยวข้องกับอัลกออิดะฮ์ ด้วยความร่วมมือของอดีตเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพรรคบาธของอิรัก ได้ปฏิบัติการก่อการร้ายหลายครั้งในกัรบะลาอ์ (๕๔) การโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ ของอิรัก อีกด้วย และก่อให้เกิดความสูญเสียทางการเงินและทางชีวิตอย่างมากมาย ส่วนมากการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายในกัรบะลาอ์เกิดขึ้นในช่วงแห่งการไว้อาลัยของอิมามฮุเซน (อ.) และพิธีการเดินเท้าวัน อัรบะอีน (๕๕)
พรรคการเมืองและองค์กรทางการเมืองและทางสังคม
ในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมา เมืองกัรบะลาอ์ มีบทบาทที่สำคัญในความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทางสังคมของอิรัก เนื่องจากเป็นสถานที่พำนักของบรรดามัรญิอ์ตักลีดชีอะฮ์ และความเจริญรุ่งเรืองของสถาบันศาสนาแห่งกัรบะลาอ์ การดำเนินกิจกรรมขององค์กรการเมืองและสังคมในกัรบะลาอ์ มีความเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของอิรักและอิหร่านในบางครั้ง การมีปฏิกิริยาของบรรดานักการศาสนาอาศัยอยู่ในเมืองนะญัฟและกัรบะลาอ์ต่อขบวนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญของอิหร่าน ก็เป็นหนึ่งในนั้น เช่นเดียวกับในเหตุการณ์ของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ บรรดานักการศาสนาและสถาบันศาสนาเมืองนะญัฟซึ่งส่งให้เกิดผลกระทบต่อกัรบะลาอ์อีกด้วย โดยมีความแตกต่างที่ว่า ชาวเมืองกัรบะลาอ์มีจุดยืนเชิงลบต่อการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ [๕๖]
กัรบะลาอ์ในศตวรรษที่ ๒๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่อังกฤษเข้ายึดครองอิรัก ได้เห็นถึงการก่อตั้งพรรคการเมืองและขบวนการทางการเมืองอย่างมากมาย หรือการก่อตั้งสาขาหนึ่งของพรรคการเมืองที่แข็งขันในอิรัก สำนักมัรญิอ์ของชีอะฮ์ในกัรบะลาอ์และสถาบันศาสนาของเมืองนี้มีความร่วมมือทางการเมือง ความคิด และวัฒนธรรมกับบางขบวนการทางการเมืองที่เคลื่อนไหวในกัรบะลาอ์ อิสรภาพของอิรักและการถอนตัวของอังกฤษออกจากประเทศนี้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของขบวนการทางการเมืองของอิรัก ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๐ ญัมอียะตุลอิตติฮาด วัตตะร็อกกี และญัมอียะตุลวะเฏาะนียะฮ์อัลอิสลามียะฮ์ เป็นประเภทของพรรคการการเมืองเหล่านี้ [๕๗] ญัมอียะตุลวะเฏาะนียะฮ์ ก่อตั้งโดยมุฮัมมัดริฎอ ชีรอซี บุตรชายของมุฮัมมัดตะกี ชีรอซี มัรญิอ์ของชีอะฮ์ในเมืองกัรบะลาอ์ และกลุ่มหนึ่งของนักการศาสนาชีอะฮ์ในเมืองกัรบะลาอ์ โดยที่มีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับการปรากฏตัวของอังกฤษในปี ๑๙๑๗ ค.ศ. หลังจากคำฟัตวาของญิฮาด มีรซา ชีรอซี พรรคการเมืองนี้มีบทบาทที่สำคัญในการสถาปนาการปฏิวัติของอิรัก ๑๙๒๐ ค.ศ. (๕๘)
ด้วยการก่อตั้งกลุ่มคอมมิวนิสต์ต่างๆ ภายใต้ร่มเงาของเอกราชของอิรัก กลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์สาขาหนึ่ง เช่น ฮิซบ์ อัชชุยูอีย์ ได้มีบทบาทในเมืองกัรบะลาอ์และนะญัฟ และได้ดึงดูดเยาวชนคนหนุ่มสาวจำนวนมาก (๕๙) สถาบันศาสนาและสำนักมัรญิอ์ในเมืองนะญัฟและกัรบะลาอ์ ได้ต่อสู้กับการข่มขู่คุกคามสำหรับการเผยแพร่แนวคิดคอมมิวนิสต์ในอิสลาม โดยพวกเขามีความคิดที่จะก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา [๖๐] พรรคการเมืองนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในปี ๑๙๕๖ ค.ศ. ภายใต้ชื่อ ฮิซบ์ อัดดะอ์วะฮ์ อัลอิสลามียะฮ์ การประชุมครั้งแรกของฮิซบ์ อัดดะอ์วะฮ์ จัดขึ้นที่เมืองกัรบะลาอ์ [๖๑] บรรดาแกนนำทางการเมืองจำนวนหนึ่งของพรรคนี้ ได้แก่ อิบรอฮีม ญะอ์ฟะรี และนูรี อัลมาลิกี ก็เป็นชาวเมืองกัรบะลาอ์ [๖๒] หลังจากฮิซบ์ อัดดะอ์วะฮ์ ในปี ๑๙๖๒ ค.ศ. องค์กรอะมัลอิสลาม ในเครือข่ายตระกูลชีรอซี ได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองกัรบะลาอ์ (๖๓)
ในระหว่างช่วงสมัยพรรคบาธแห่งอิรัก ซึ่งนำโดยซัดดัม ฮุเซน บรรดานักวิชาการและนักการศาสนาชีอะฮ์ชาวอิรัก ได้ก่อตั้งสภาอิสลามสูงสุดแห่งอิรักขึ้น (๖๔) หลังจากการล่มสลายการปกครองของซัดดาม ขบวนการทางเมืองของชีอะฮ์ในอิรักได้เกิดขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งส่วนมากของสาขาพรรคการเมืองเกิดขึ้นในกัรบะลาอ์ และพวกเขามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและวัฒนธรรม ในหมู่พรรคการเมืองเหล่านี้ เราสามารถที่จะกล่าวถึงองค์กรบัดร์แห่งอิรักและขบวนการ ศ็อดร์
พิธีกรรมต่างๆ
เหตุการณ์กัรบะลาอ์และการลุกขึ้นต่อสู้ของอิมามฮุเซน (อ.) มีผลสะท้อนทางวัฒนธรรมในสังคมของชีอะฮ์ เมืองกัรบะลาอ์ เป็นต้นกำเนิดของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมอย่างมากมายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อาชูรอ การเกิดขึ้นของพิธีกรรมต่างๆของบรรดาชีอะฮ์ในกัรบะลาอ์ เช่น พิธีไว้อาลัย ฏูวัยรีจญ์ การซิยาเราะฮ์อัรบะอีน และการเดินเท้าในวันอัรบะอีน การก่อสร้างฮุซัยนียะฮ์ การผลิตดินสำหรับนมาซและตัสบีห์จากดินกัรบะลาอ์ และตะอ์ซียะฮ์ ล้วนเป็นหนึ่งในกรณีเหล่านี้
ฏูวัยรีจญ์
พิธีกรรมอย่างหนึ่งของบรรดาชีอะฮ์ในกัรบะลาอ์ คือ การจัดขบวนแห่สำหรับการไว้อาลัย ฏูวัยรีจญ์ ฏูวัยรีจญ์ เป็นชื่อเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกัรบะลาอ์ 10 กิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่จะกล่าวถึงพิธีกรรมของบรรดาชีอะฮ์แห่งกัรบะลาอ์ในวันอาชูรอ บรรดาชีอะฮ์ชาวเมืองเมืองฏูวัยรีจญ์ ได้เดินเท้าไปยังฮะร็อมของอิมามฮุเซน (อ.) และฮะร็อมของท่านอับบาส (อ.) ในช่วงบ่ายของวันอาชูรอ และเวลาที่พวกเขาจะใกล้ถึงฮะร็อมของอิมามฮุเซน(อ.) ในระหว่างเส้นทางบัยนุลฮะรอมัยน์ จนถึงภายในของฮะร็อม พวกเขาจะทำการตีที่ศีรษะและหน้าอกของพวกเขา ประเพณีนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการที่ประชาชนของเมืองนี้ มาถึงเมืองกัรบะลาอ์ล่าช้าในช่วงบ่ายของวันอาชูรอ (๖๕)
การซิยาเราะฮ์อัรบะอีน
หนึ่งในพิธีกรรมทางศาสนาของชีอะฮ์ คือ การซิยาเราะฮ์อัรบะอีน ในเมืองกัรบะลาอ์ นับตั้งแต่ศตวรรษแรก ด้วยคำสั่งเสียของบรรดาอิมาม ผู้บริสิทธิ์ บรรดาชีอะฮ์ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการซิยาเราะฮ์อัรบะอีน [๖๖] บรรดาชีอะฮ์จำนวนมากในอิรักและบรรดาชีอะฮ์บางส่วนในอิหร่านและภูมิภาคอื่นๆ ของโลกได้เดินเท้าจากเมืองนะญัฟไปยังกัรบะลาอ์ เพื่อเข้าร่วมพิธีวันอัรบะอีน ฮุซัยนี พิธีกรรมนี้ เป็นที่รู้จักว่า การเดินเท้าวันอัรบะอีน วันอัรบะอีน มีการรวมตัวของกลุ่มอะซาดารี จำนวนมากที่เดินทางมาที่กัรบะลาอ์จากเมืองต่างๆที่ห่างไกลและใกล้ของอิรัก หรือจากภูมิภาคส่วนอื่นๆ ของโลก [๖๗]
ดินกัรบะลาอ์
ดินกัรบะลาอ์ หรือดินของอิมามฮุเซน (อ.) ซึ่งเป็นก้อนดินหรือเศษฝุ่นที่มักถูกขุดจากรอบๆหลุมศพของอิมามฮุเซน (อ.) เนื่องจากเหตุผลความประเสริฐที่รายงานจากริวายะฮ์ต่างๆ จึงเป็นที่เคารพของบรรดาชีอะฮ์(๖๘) บรรดาชีอะฮ์ได้ใช้ดินกัรบะลาอ์ในการผลิตดินสำหรับนมาซและตัสบีห์ (๖๙)ในแหล่งข้อมูลทางนิติศาสตร์ ระบุว่า การซุญูดด้วยดินกัรบะลาอ์ในนมาซ ถือเป็นมุสตะฮับ (๗๐)
การสร้างฮุซัยนียะฮ์เพื่อเป็นสถานที่พักของผู้มาซิยาเราะฮ์
การก่อสร้างฮุซัยนียะฮ์ เพื่อรองรับผู้มาซิยาเราะฮ์ที่กัรบะลาอ์ เป็นหนึ่งในการดำเนินการต่างๆที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ผ่านมา วันที่การสร้างฮุซัยนียะฮ์แห่งแรกในเมืองกัรบะลาอ์ มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ ๑๑ ของฮิจญ์เราะฮ์ศักราช ตรงกับช่วงเวลาของการบูรณะส่วนหนึ่งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอิรักในยุคสมัยกอญาร โดยผู้ปกครองระบอบอุษมานียะฮ์ในอิรัก ได้สร้างฮุซัยนียะฮ์ เพื่อเป็นสวัสดิภาพสำหรับผู้มาซิยาเราะฮ์ที่เมืองกัรบะลาอ์ ในปี ๑๑๒๗ ฮ.ศ. [๗๑] ต่อมา ในปี ๑๓๖๘ ฮ.ศ. กลุ่มพ่อค้าชาวอิหร่านร่วมกับกลุ่มพ่อค้าชาวอิรักและคูเวต ได้ซื้อสถานที่แห่งนี้ จากองค์กรวะก็อฟของอิรัก โดยพวกเขาได้ทำการบูรณะฮุซัยนียะฮ์ ใหม่ หลังจากเสร็จสิ้นการบูรณะ พวกเขาได้ตั้งชื่อฮุซัยนียะฮ์นี้ว่า ฮุซัยนียะอ์ของชาวเตหะราน และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฮุซัยนียะฮ์ ฮัยดะรียะฮ์ (๗๒) ก่อนวันประวัติศาสตร์นี้ ยังไม่พบรายงานถึงการมีอยู่ของสถานที่ที่เรียกว่า ฮุซัยนียะฮ์ หลังจากวันนั้น ฮุซัยนียะฮ์ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักนั้น ได้ถูกสร้างขึ้นหลังจากทศวรรษที่สองและสามของศตวรรษที่ ๑๔ แห่งฮิจญ์เราะฮ์ศักราช [๗๓] ฮุซัยนียะฮ์เหล่านี้จำนวนหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นโดยบรรดานักการศาสนาและพ่อค้าชาวอิหร่าน และบางส่วนถูกสร้างขึ้นโดยบรรดาชีอะฮ์ชาวอินเดีย (๗๔) หลังจากการล่มสลายรัฐบาลพรรคบาธของอิรัก ได้มีการขยายการสร้างฮุซัยนียะฮ์ และสถานที่พักของผู้มาซิยาเราะฮ์ ขณะที่การก่อสร้างโรงแรม ไม่สามารถที่จะลดขั้นตอนการสร้างฮุซัยนียะฮ์ ได้ (๗๕)
ตะอ์ซียะฮ์
ตะอ์ซียะฮ์ เป็นการแสดงทางศาสนาที่ได้รับความนิยมในเมืองต่างๆ ของอิรัก รวมถึง เมืองกัรบะลาอ์ ตะอ์ซียะฮ์ ในรูปแบบปัจจุบันหลังจากที่มีการขยายตัวในยุคสมัยการปกครองระบอบกอญารในอิหร่าน ได้เข้าสู่อิรักประมาณศตวรรษที่ ๒๐ (๗๖) พิธีกรรมนี้จัดแสดงในเมืองกัรบะลาอ์ และนะญัฟ นอกจากที่เป็นรู้จัก ตะอ์ซียะฮ์ ด้วยชื่อว่า ตะชาบียะฮ์ หรือ มุสเราะฮุลฮุซัยนี (๗๗) การจัดแสดงศิลปะตะอ์ซียะฮ์ เช่นเดียวกับพิธีกรรมอื่นๆ ของบรรดาชีอะฮ์นั้นมีข้อจำกัด และในที่สุดก็ถูกต้องห้าม เมื่อพรรคบาธ เข้ามามีอำนาจในช่วงทศวรรษที่เจ็ดสิบแห่งคริสต์ศักราช (๗๘) หลังจากการล่มสลายของระบอบซัดดาม ฮุเซน ในปี ๒๐๐๓ พิธีตะอ์ซียะฮ์ ได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งในพื้นที่ต่าง ๆ ของอิรักอีกด้วย
บรรดากวีแห่งกัรบะลาอ์
ตามแหล่งข้อมูลทางวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ของอิรัก รายงานว่า บรรดากวีแห่งกัรบะลาอ์ ที่มีบทบาทที่สำคัญในการเคลื่อนไหวทางวรรณกรรมและการเมืองของอิรัก ส่วนหนึ่งของกิจกรรมวรรณกรรม การเมือง และสังคม ปรากฏให้เห็นโดยการเข้าร่วมสมาคมทางวรรณกรรมและกวีนิพนธ์ในเมืองกัรบะลาอ์และเมืองอื่นๆ ในอิรัก ญัมอียะฮ์ อันนัดวะฮ์ อัชชะบาบ อัลอะเราะบี นัดวะฮ์ อัลเคาะมีส อัลอะเราะบี อัลมุนตะดี อัลษะกอฟี และญัมอียะฮ์ อัชชุอะรอ อัชชะบีอีน เป็นตัวอย่างของสมาคมทางวรรณกรรมในกัรบะลาอ์ [๗๙] สมาคมเหล่านี้จำนวนหนึ่ง ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง (๘๐) ในขณะเดียวกัน บทกวีนิพนธ์ทางศาสนานั้น ได้รับความนิยมจากบรรดานักกวีเยาวชนชาวอิรักเป็นอย่างมากในเมืองกัรบะลาอ์ เช่นเดียวกับบทกวีในรูปแบบอื่นๆ โดยบทกวีเหล่านี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานผู้ดูแลฮะร็อมอิมามฮุเซน และสำนักงานผู้ดูแลฮะร็อมท่านอับบาส
สถาบันศาสนาและศูนย์กลางวิชาการ
ประวัติความเป็นมาของวิชาการของศาสนาอิสลามในกัรบะลาอ์ จะต้องย้อนกลับไปในศตวรรษแรกแห่งฮิจญ์เราะฮ์ศักราช โดยมีสหายบางคนของบรรดาอิมาม มะอ์ศูม (อ.) และบรรดารอวีย์ของชีอะฮ์ ในช่วงเวลานี้ พวกเขามีส่วนร่วมในการอบรมสั่งสอนนักเรียนในเมืองกัรบะลาอ์ อับดุลลอฮ์ บิน ญะอ์ฟัร อัลฮิมยะรี ซึ่งเขามีความใกล้ชิดกับอิมามฮาดี (อ.) และอิมามฮะซัน อัสกะรี (อ.) ได้อบรมสั่งสอนนักเรียนเป็นจำนวนมากในเมืองนี้ [๘๑] หลังจากช่วงเวลาฆ็อยบะฮ์ บรรดานักนิติศาสตร์ เช่น นะญาชี ซัยยิด บินฏอวูส ชะฮีดเอาวัล และอิบนุฟะฮัด ฮิลลี โดยพวกเขาได้รับความรู้จากเมืองนี้ [๘๒]
สถาบันศาสนาได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองกัรบะลาอ์ ในศตวรรษที่ ๙ แห่งฮิจญ์เราะฮ์ศักราช และในบรรดาผู้ยิ่งใหญ่กลุ่มแรกๆ ของสถาบันแห่งนี้ ได้แก่ ซัยยิด อิซซุดดีน ฮุเซน บิน มุซาอิด ฮาอิรี และฟัยฎุลลอฮ์ บัรมะกี บัฆดาดี [๘๓] ในสถาบันศาสนาแห่งกัรบะลาอ์ มี สองสำนักอัคบารีและอุศูลี แต่ทว่า ในสำนักอัคบารี มีผู้สนับสนุนจำนวนไม่มากนัก [๘๔] ด้วยการปรากฏของราชวงศ์ศอฟะวียะฮ์ ทำให้สำนักอัคบารี ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งโดย มุฮัมมัด อะมีน อิสตัรออบอดี หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ศอฟะวียะฮ์ การกดขี่ข่มเหงชาวอัฟกันซุนนีและความกดดันของนาดิร ชาฮ์ ได้บีบบังคับให้นักการศาสนาชาวอิหร่านต้องอพยพไปยังอิรัก โดยเฉพาะในเมืองกัรบะลาอ์ ในช่วงเวลานี้ สำนักอัคบารีได้มาถึงจุดสูงสุดในเมืองกัรบะลาอ์ และนักการศาสนาชาวอิหร่านเป็นจำนวนมากก็มีความเชื่อในสำนักอัคบารี อย่างไรก็ตาม สำนักอัคบารีได้เริ่มเสื่อมถอยลง ด้วยเหตุผลบางประการ (๘๕)
สถาบันศาสนาแห่งกัรบะลาอ์ ในศตวรรษที่ 13 ของฮิจญ์เราะฮ์ศักราช ไม่มีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากมีการอพยพของบรรดานักการศาสนาชาวอิหร่านมายังเมืองนะญัฟหรือบางส่วนกลับไปยังอิหร่าน จนกระทั่ง มุฮัมมัดตะกี ชีรอซี ได้อพยพจากเมืองซามัรรอไปยังกาซิมัยน์ และในที่สุดก็มายังกัรบะลาอ์ ความเป็นผู้นำของเขาในการต่อสู้กับการยึดครองของอังกฤษในอิรัก และการมีส่วนร่วมของนักการศาสนาและนักเรียนศาสนาของสถาบันศาสนาแห่งกัรบะลาอ์ในการต่อต้านพวกอังกฤษ ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับสถาบันศาสนาแห่งกัรบะลาอ์ (๘๖)
ในทศวรรษต่างๆ มีการก่อตั้งโรงเรียนสอนศาสนาอย่างมากมายในเมืองกัรบะลาอ์ โรงเรียนเหล่านี้จำนวนมากถูกสร้างขึ้นโดยบรรดานักการศาสนาชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในอิรัก โรงเรียนซัยยิด มุญาฮิด โรงเรียนศ็อดร์ อะอ์ศ็อม นูรี และโรงเรียนอัลคูอีย์ เป็นหนึ่งในโรงเรียนเหล่านี้ (๘๗) นอกจากโรงเรียนสอนศาสนาแล้ว ยังห้องสมุดอีกหลายแห่งที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองกัรบะลาอ์ ซึ่งบางแห่งมีสถานที่พิเศษสำหรับนักค้นคว้าวิชาชีอะฮ์ เนื่องจากการมีต้นฉบับลายอักษร (๘๘) นักประวัติศาสตร์บางคนได้รายงานว่า มีห้องสมุด 78 แห่งในเมืองกัรบะลาอ์ ซึ่งบางแห่งถูกสร้างขึ้นโดยนักการศาสนาที่พำนักอยู่ในเมืองกัรบะลาอ์ (๘๙) นอกเหนือจากโรงเรียนสอนศาสนาเหล่านี้ ยังมีมหาวิทยาลัยกัรบะลาอ์ มหาวิทยาลัยอะฮ์ลุลบัยต์ และศูนย์วิจัยภายใต้การบริหารโดยสำนักงานผู้ดูแลฮะร็อมอิมามฮุเซน (อ.)และฮะร็อมท่านอับบาส (อ.) หลังจากการล่มสลายของระบอบพรรคบาธ มีการเคลื่อนไหวทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยต่างๆอย่างมากมายเกิดขึ้นในประเด็นที่เกี่ยวกับชีอะฮ์ [๙๐]
ตระกูลและบุคคลสำคัญ
เมืองกัรบะลาอ์ มีต้นตระกูลหลายตระกูล นับตั้งแต่ศตวรรษแรกและการก่อตั้งมาจนถึงยุคร่วมสมัย บรรดาตรูกูลเหล่านี้ บางตระกูลอาศัยอยู่ในกัรบะลาอ์ ตั้งแต่ศตวรรษแรก ตระกูลอาลิเฏามะฮ์ และอาลินะกีบ อยู่ในกลุ่มตระกูลเหล่านี้ อาลิเฏามะฮ์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก อิบรอฮีม มุญาบ กลุ่มอะละวียูนที่อาศัยอยู่ในเมืองกัรบะลาอ์ เป็นหนึ่งในตระกูลอะละวีที่เก่าแก่ที่สุดที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในกัรบะลาอ์ ในศตวรรษที่สามของฮิจญ์เราะฮ์ศักราช [๙๑] อาลินะกีบ ก็มีเชื้อสายมาจากอิมามกาซิม และตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองกัรบะลาอ์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ ๕ แห่งฮิจญ์เราะฮ์ศักราช [๙๒] ตระกูลที่ถูกรู้จักมากที่สุดเป็นของตระกูลนักวิชาการที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ เพื่อการเรียนรู้วิชาการทางศาสนาจากพื้นที่ต่างๆ ของอิรัก อิหร่าน กลุ่มประเทศอาหรับ และอินเดีย นักวิชาการศาสนาบางครอบครัวได้เดินทางกลับประเทศของตน หลังจากได้ร่ำเรียนจนถึงระดับอิจญ์ติฮาด หรือผ่านหลักสูตรเบื้องต้นในโรงเรียนสอนศาสนา [๙๓] ตระกูลเบฮ์บะฮานี ศ็อดร์ ชีรอซี ชะริสตานี เคชมีรี รัชตี และมัรอะชี เป็นเพียงตระกูลต่างๆที่ถูกรู้จักมากที่สุดในเมืองกัรบะลาอ์ (๙๔)
ในช่วงยุคสมัยปัจจุบัน บุคคลสำคัญทางการเมืองของชีอะฮ์ในอิรักและอิหร่านบางส่วน ล้วนมาจากเมืองกัรบะลาอ์ อิบรอฮีม ญะอ์ฟะรี และนูรี มาลิกี หนึ่งในนักการเมืองชาวชีอะฮ์ในอิรัก และอะลี อักบัร ศอลิฮี นักการเมืองคนหนึ่งในอิหร่านที่ถือกำเนิดที่เมืองกัรบะลาอ์ (๙๕)
== การค้าขายและการเกษตร ==' อาชีพหลักอย่างหนึ่งของชาวเมืองกัรบะลาอ์ในทตวรรษร่วมสมัย คือ เกษตรกรรมและการค้าขายการเติบโตของลัทธิชาตินิยมอาหรับในช่วงทศวรรษแรกในอิรัก ซึ่งได้รับสนับสนุนจากชาวอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ พร้อมด้วยคำฟัตวาที่ห้ามให้บริการแก่สถาบันกษัตริย์แห่งอิรัก โดยสำนักงานมัรญิอ์ชีอะฮ์ของอิรัก ทำให้บรรดาชีอะฮ์ในเมืองกัรบะลาอ์ เช่นเดียวกับบรรดาชีอะฮ์ในกรุงแบกแดดและเมืองอื่นๆ ของประเทศนี้ต้องประกอบอาชีพที่ไม่ใช่ภาครัฐ เช่น เกษตรกรรม และการค้าขาย เป็นต้น [๙๖] นอกเหนือจากนี้ เนื่องจากการมีน้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะการมีอยู่ของทางน้ำที่เรียกว่า ฮุซัยนียะฮ์ ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งน้ำจากแม่น้ำยูเฟรติสไปยังเมืองกัรบะลาอ์ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตและการขยายตัวของการเกษตรในเมืองกัรบะลาอ์[๙๗]
บันทึกความเข้าใจของความเป็นพี่น้องกันกับเมืองต่างๆ ของอิหร่าน
ปริมาณการแลกเปลี่ยนทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างอิหร่านและอิรัก ได้นำไปสู่การบันทึกความเข้าใจของความเป็นพี่น้องกันระหว่างเมืองหนึ่งของอิหร่านและเมืองกัรบะลาอ์ เมืองกุม เมืองมัชฮัด และเมืองกอซวีน เป็นเมืองต่างๆที่ถูกจารึกในการบันทึกนี้ โดยการเลือกเมืองกอซวีน ทำให้บรรลุข้อตกลงความเป็นพี่น้องกันระหว่างเมืองกัรบะลาอ์และกอซวีน จากพื้นฐานของการบันทึกนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การพัฒนา และการพัฒนาเมือง [๙๘]
ผลงานประพันธ์ที่เกี่ยวข้อง
ตุรอษ กัรบะลาอ์ (มรดกแห่งกัรบะลาอ์) เขียนโดย ซัลมาน ฮาดี อาลิเฏาะมะฮ์ เรียบเรียงโดย : ศูนย์วิจัย ฮัจญ์และซิยาเราะฮ์ สำนักพิมพ์ มัชอัร กรุงเตหะราน ๑๓๙๕ สุริยคติอิหร่าน
มีรอษ กัรบะลาอ์ ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมและสังคมแห่งกัรบะลาอ์ ผู้ประพันธ์ อาลิเฏาะมะฮ์ ซัลมาน ฮาดี ผู้แปล: มุฮัมมัดริฎอ อันศอรี สำนักพิมพ์ องค์กรการเผยแพร่อิสลาม ๑๓๗๓ สุริยคติอิหร่าน กรุง เตหะราน